LoOkPlA's profileS E R V I C E ... ON BOA...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Thanks for coming, Let's see the world together!
Ekkiewrote:
พี่ลูกปลาดีคับ ผม เหลนรหัส พี่เองคับ ไม่รู้ว่ายังจำได้ป่าวววว คิดถึงครับ รักษาสุขภาพด้วยครับ ยังไม่ลืมมมมม
2 Oct.
BooM BooMwrote:
hey when we gonna meet again laaa we are in the same place but so difficult to see each other waa.
miss yaa
25 June
พี่สาว คิดถึงอ่า โทรหาด้วยจิ อยากคุยด้วย
8 Apr.
晶晶 邓wrote:
小鱼~越来越漂亮了啊...每天飞来飞去很辛苦吧? 注意身体啊!! 嘿嘿,有机会希望能见到你!!
3 Feb.
kate hanwrote:
BONJOUR
You look more beautiful na ja. maybe it's because of spirit of love ^0^
Happy new year!!!! Wish you get what you dream for (but you already got it, so let dream about that guy la gan)
Nice photo and nice place, so jealous!!! Update your space more often na, so I can see the world with you.
Love Love
Take care na voey
Kate
8 Jan.
|
S E R V I C E ... ON BOARD26 August JULY 2008 TRIPS16 June JUNE 2008 TRIPSROME - ITALY
June 19 - 20, 2008 สำหรับการมาโรมครั้งแรกนี้ก็ถือเป็นความประทับอย่างมากแม้จะมีเวลาอยู่ที่โรมไม่ถึงยี่สิบชม.ก็ตาม
การเดินทางเริ่มต้นจากการโดยสารรถ ของทางโรงแรมที่มีให้บริการสำหรับแขกของทางโรงแรม โรงแรมที่เราพักคือโรงแรมฮิลตันแอร์พอร์ท (Hillton Airport) ซึ่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณสามสิบนาที ปลารวมเพื่อนลูกเรือด้วยกันทั้งหมดหกคน อ้อรวมโคไพลอต(นักบินผู้ช่วยกัปตัน)และเพื่อนของเค้าซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนทั้งสองคนซึ่งเป็นไกด์นำทางของเราในทริปนี้ได้ออกเดินทางจากโรงแรมราวๆหกโมงเย็น หลังจากรถจอดณจุดจอด(ต้องกลับมาขึ้นรถที่เดิมด้วย)เราก็ไม่รอช้าเดินตะลุยเมืองโบราณทันที เนื่องจากว่าไฟล์ดีเลย์ทำให้มาถึงโรงแรมช้าทำให้แพลนที่จะได้ไปสัมผัสกับ "โคลอสเซี่ยม"(หรือที่เรารู้จักกันดีว่าสนามกีฬาวงกลมโบราณ)เป็นอันต้องพักไว้ก่อนเอาไว้โอกาสหน้่ามาอีกแน่ๆ
COLOSSEUM (โคลอสเซี่ยม)
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ไปสัมผัสกับโคลอสเซี่ยม แต่ทริปนี้ก็ถือเป็นทริปที่ประทับใจอีกทริปหนึ่งเพราะประทับใจที่เมืองเก่าแก่ที่มีอายุเป็นพันๆปียังคงตระหงานอยู่ได้อย่างนาอัศจรรย์ แม้จะไม่ได้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็น แต่เชื่อเถอะว่าผู้คนที่ได้ไปเยี่ยมชมเมืองต้องรู้สึก"ขนลุก"กับความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมันโบราณแน่นอน
น่าเสียดายที่ยังเก็บรูปมาได้ไม่เยอะ(ตอนที่นั่งรถดันนั่งอยู่คนละฟากกับด้านที่จะได้เห็นประตูเมืองและสถานที่สำคัญอีกหลายจุด)หยิบกล้องถ่ายรูปก็ไม่ทัน เอาคราวหน้่ากลับมาตะลุยอีกรอบ จริงๆ อาหารอิตาเลี่ยนขนานแท้ มากินถึงที่เลยนะเนี่ย
ห้องพัก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินดูไบ สู่ท่าอากาศยาน John F Kennedy หรือ JFK ใช้เวลาในการเดินทาง 13.45 ชม.โดยประมาณ เดินทางโดยเครื่องบินโบอิ้งขนาดใหญ่ห้องผู้โดยกว้างขวาง
ห้องพักของลูกเรือระหว่างการเดินทาง แน่นอนว่า ไฟล์ยาวๆอย่างนิวยอร์คหรือซิดนีย์ (14 ชม. ) จำเป็นต้องมีการแบ่งลูกเรือออกเป็นสองกลุ่มเพื่อจะได้พลัดเปลี่ยนกันทำงาน และพักผ่อน ใครได้พักก่อนตอนขาไป ขากลับก็ต้องสลับกัน เวลาพักโดยเฉลี่ยก็ประมาณสี่ชม. จะนอนพักผ่อนเอาแรงหรือจะดูหนังฟังเพลงก็แล้วแต่ ส่วนปลาขอดูหนังครึ่งแรก (มีหนังใหม่ๆน่าสนใจอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว) อีกอย่างระบบ Entertainment ของเราค่อนข้างทันสมัย มีหนังให้เลือกชมกว่า 500 ช่อง และมีหลายภาษาให้เลือกรวมถึงมีเพลงไทยใหม่ๆด้วย แต่ติดตรงที่เราเองก็ไม่รู้ว่าใหม่แค่ไหน ไม่ได้อัพเดทเลยตั้งแต่อำลาไทย มาอยู่ดูไบเนี่ย
เซ็นทรัลพาร์ค
โชคดีที่โรงแรมที่เราพัก(Sheraton NEw York)อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งสามารถเดินไปยังเซ็นทรัลพาร์ค (สวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมืองของชาวเมืองนิวยอร์ค)และไทม์สแคว แหล่งรวมร้านช๊อปปิ้ง รวมไปถึงแหล่งความบันเทิงอย่าง Broadway ที่ประดับประดาไปด้วยหลอดไฟสีสันต่างๆ (ขอบอกว่าตื่นตามากๆ) รวมไปถึงร้านอาหาร ร้านขายพิซซ่าและฮอดดอก ซึ่งเค้าบอกว่ามาถึงนิวยอร์คต้องชิมสองอย่างนี้ จะเป็นในร้านหรูหรือรถเข็นข้างทางก็ตามแต่ความพอใจ (และกำลังทรัพย์)
แล้วในย่านไทม์สแควนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของ M&M store สำหรับใครที่เป็นแฟนพันแท้ของ M&M เพื่อเลือกหาของที่ระลึกไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวก กระเป๋า ร่ม ของเล่นเด็ก หรือแม้แต่ของแต่งบ้านพวกกรอบรูป นาฬิกา และอีกสารพัด เรือกว่ามีทุกอย่างเลยละ ส่วนเราก็ได้แ่ต่ช็อคโกแลตของเค้ามากิน (กินหนะเรื่องใหญ่กว่า) ถึงแล้วไทม์สแคว
2ND DAY - THE 5TH EVENUE / EMPIRE STATE TOWER / WORLD TRADE SITE / STATUE OF LIBERTY
เดอะ ฟิฟท์เอเวนู
เนื่องจากว่ามีเวลาอยู่ในนิวยอร์คเพียงแค่สามสิบชม.เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาสำหรับการท่องไปในมหานครนิวยอร์คแห่งนี้ ปลาและซาบริน่า จำต้องลุกจากเตียงอันแสนนุ่มแต่เช้าตรู่ (เจ็ดโมงเช้าเวลาท้องถิ่น) ซึ่งจริงๆก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดเพราะได้นอนเพียงไม่กี่ชม.ก่อนไฟล์ที่บินมา ส่วนที่เค้าให้พักในห้องพักลูกเรืออย่างที่บอกว่าสองชม.แรกดูหนังส่วนสองชม.หลังก็ได้แค่เพียงหลับตาให้สายตาและร่างกายได้พัก มันหลับยากจริงๆบนเครื่องปลาไม่เคยได้หลับกับเค้าเลย ให้ตายเถอะจอร์จ (ปกติเค้าจะยกย่องแต่จอร์จ อย่าง "โอ้จอร์จมันยอดมาก" คราวนี้เราขอสลัับมัง "ให้ตายเถอะจอร์จ มันยอดมากเลยโรบิน) คือสงสารโรบินหนะ -"-
การเดินทางของวันนี้เริ่มต้นจากการเดินเท้าจากโรงแรมไปยังเดอะฟิฟท์เอเวนูซึ่งก็ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก ซึ่งปกติช่วงเวลาเย็นๆจะมีนักช๊อปปิ้งจากทั่วโลกมาเดินกันขวักไขว่ เนื่องจากเวลาที่เราไปมันเป็นเวลาเช้าตรู่ของวันเราก็เลยได้เห็นผู้คนในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นก็คือกลุ่มคนทำงานกำลังเดินเร่งรีบเพื่อไปทำงานกัน ซึ่งถามว่าแล้วจะไปทำไมแต่เช้าตรู่ล่ะ คำตอบก็คือว่า เผอิญจะเดินไปขึ้นรถบัสชมเมือง แต่มันดันเดินก้าวมาผิดทาง หรือก็คือหลงทางนั่นเอง ก็เลยมาเจอเดอะฟิฟท์เอเวนโดยบังเอิญนั่นเอง เลยได้ภาพมาสองสามรูปทีีเห็น เอมไพร์สเตท
ไชน่าทาวน์ ฝั่งแมนฮัตตั้น
พื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝด "เวิลด์เทรด" ก่อนเหตุการ 911
หลังจากที่ได้ตะลุยและตะลอนทั่วมหานครนิวยอร์คฝั่งแมนฮัตตั้นตลอดครึ่งวันแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปที่โรงแรมเพื่อเตรียมตัวกลับดูไบ ซึ่งเราก็ถึงโรงแรมกันประมาณเกือบห้าโมงเย็น (ต้องออกจากโรงแรมตอนสองทุ่ม) เฮ้ยเหนื่อย!! แต่จะว่าไปแล้วการเดินทางมาสู่การทำงานอาชีพนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ได้มาสัมผัสกับโลกอันกว้างใหญ่ แต่ก็อดห่วงสุขภาพของตัวเองไม่ได้ ว่าแล้วก็ได้เวลาไปรักษาสุขภาพแล้วล่ะจะได้มีเรี่ยวแรงไปท่องโลกกว้างอีก (นี่ก็ยังไม่ทันจะเสี้ยวโลกเลยครับพี่น้อง)...KEEP DISCOVERING !!
LEFT New Jersey / RIGHT New York
คลิ๊กทันทีสำหรับข้อมูลเพิมเติม
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81 19 April VACATION IN THAILAND AND VISIT PLA's FAMILYTHAILAND TRIP ... VISIT PLA'S FAMILY & FRIENDS APRIL 6 - 12, 2008 First day "Khao San Road" Wat Prakaew - WAt Po - Wat Arun WAi Praprom APRIL 7 - 8, 2008 PHUKET TRIP and Meet up with PSU Friends in Phuket & OI's Birthday APRIL 9, 2008 PP Island APRIL 10 - 11, 2008 Similan Island BACK TO UBON RATCHATHANI (PLA'S HOMETOWN) APRIL 12 - 16, 2008 Pla's DAd and Sister With Grandmom Songkran (Bathing Ceremony) Back to Dad's hometown At Had KU Due Khao Pra Wiharn (Srisaket Province) PHA Taem National Park APRIL 16, 2008 Meet up with BM friends KAte & JEab and K.OVen (Ex-Boss from Taiwan) 11 March VACATION IN CANADA ... VISIT KEN's FAMILY02 February AROUND THE WORLD IIIMANCHESTER, UNITED KINGDOM
09 FEBRUARY 2008
FIRST FLIGHT WITH KEN FLYING FROM DXB - MAN (DUBAI - MANCHESTER)
IT HAS ALREADLY BEEN 6 MONTHS WITH EMIRATES AND 5 MONTHS BETWEEN US THIS WAS THE FIRST FLIGHT FLYING TOGETHER ! AFTER WE REACHED MAN, IMMIDIATELY GOT CHANGE AND WENT STRAIGHT TO DOWNTOWN
PURPOSED TO SEE MANCHESTER CITY CENTER AND TO GET SOME FOOD
YEH WE GOT BOTH ! WE WALKED ALONG THE CROWDED STREET ,
TOOK SOME PICTURES WITH THE WESTERN STLYE BUILDINGS
BUT AS WHAT WE HAVE GOT FROM OUR OBSERVATION
MANCHESTER IS AN OLD CITY NOT THAT MODERN BUT OLD WESTERN SOUL
ABOUT THE FOOD, YEH ALL WESTERN STLYE FOOD AS YOU CAN SEE IN THE PICTURES
WE HAD SOME "SUPER HOTDOG" YUMMY !
BUT STILL I PREFERED SOME THAI OR ASIAN FOOD BUT COULDN'T FIND IT IN MAN
AFTER ALMOST 5 HOURS IN THE TOWN WE CATCHED THE TRAM WENT BACK TO THE HOTEL
"REDISON AIRPORT MANCHESTER"
SLEPT SO WELL COZ 7 HOURS FROM THE FLIGHT PLUS 5 HOURS IN DOWNTOWN YEH WE HAD DEEP SLEEP AND HAPPY DAY IN MAN
HOPE WE WILL GET THE FLIGHT TOGETHER AGAIN SOON ...
THANKS FOR TAKING CARE OF ME ... KC
SENTOSA , SINGAPORE
26 JANUARY 2008 MELBOURNE, AUSTRALIA
(25 JANUARY 2008) 04 January อยากเล่าเรื่อง ... ความรักไม่ได้เขียนอะไรในพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้มานานแล้วเหมือนกัน วันนี้ขอจริงๆ (ขอตัวเอง)
ไม่รู้จะเก็บมันเอาไว้ยังไง เกี่ยวกับเรื่อง "ความรัก" ที่ดูเหมือนว่า วันนี้จะเดินมาถึงวันที่(เคย)รอคอยมาแสนนาน ด้วยอาจจะเป็นเพราะ "เวลา" ที่ทำให้ได้รู้จัก กับเรื่องนี้มากขึ้น และวันนี้ กับชีวิตการงานและวุฒิภาวะของชีวิตที่ไม่ว่าจะทำอะไร "ความรัก"มักจะมาเกียวข้องเสมอ เพราะความรักที่ว่าในตอนนี้ เป็นเหมือนพลัง และกำลังใจให้ได้เดินทางสู่วันข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง ยังไงก็แล้วแต่ สำหรับเส้นทางที่ผ่านมากับความรู้สึกต่างๆนานา ก็ล้วนแต่มีความหมายต่อวันนี้เหมือนกัน ก็ต้องขอบคุณกับความรู้สึกดีๆของใครบางคนในอดีต รวมถึงกำลังใจ และความช่วยเหลือทุกอย่าง ที่ทำให้ได้มีวันนี้ ... วันนี้ วันที่ใครคนึงจากอีกมุมโลกนึง ได้มาพบกับอีกคนนึงจากอีกมุมโลกนึง และวันนี้ สองคนได้มาอยู่ในที่เดียวกัน และบนเส้นทางเดียวกัน รู้สึกสุขใจและอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็มีอีกนั่นแหละที่อารมณ์ปล่าวเปลี่ยว เหงาใจเข้ามาเยือน เพราะมัวแต่จินตนาการและคาดหวังกับความรักที่กำลังดำเนินใป แต่เมื่อกี้ได้เปิดเข้าไปอ่านบทความในเว็บ "ความรัก ดอทคอม" ชอบใจและเห็นด้วยกับ ความอดทนต่อสภาพแปรปรวนของความรักคือสิ่งจำเป็นอย่างมาก ่เราต้องปล่อยให้เหตุการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายด้วยตัวเองตามธรรมชาติของมัน โดยพยายามที่จะไม่ไขว่คว้าเข้าหากัน ยึดมั่นอีกฝ่าย และคอยแต่จะเรียกร้องความมั่นคงอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าเราจะสนิทกับคนรักแค่ไหน ชีวิตเราก็ยังคงเป็นอิสระ เราและคนรักไม่สามารถรวมตัวเป็นคน ๆ เดียวกันได้ เราและคนรักเป็นคนสองคนที่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันเท่านั้น แต่ความต้องการในชีวิตของคนสองคน ไม่มีทางที่จะเหมือนกันไปได้ทุกอย่าง คนรักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้ ้แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของตัวเรา... ความรักมีจังหวะของมันเอง... และก็แตกต่างไปตามจังหวะของคู่รักแต่ละฝ่าย จังหวะของคนสองคนที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน อาจทำให้คู่รักขัดแย้งกันได้บ่อย ๆ และคนที่ขาดความอดทนก็มักจะเขว และสะดุดเอาได้ง่าย ๆ และความเขวที่ทำให้สะดุด ก็คือความผิดหวังที่เกิดขึ้น เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่เรียกร้องคาดหวังจากคนรัก เพราะจังหวะชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเอาชีวิตของคนสองคนมาผสมเข้ากันจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ เราอาจต้องการความแน่นอนมั่นคง... ในจังหวะที่คนรักของเรากำลังต้องการความคล่องตัวและอิสระ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง. เพราะฉะนั้น "ความสุขจากความรัก" จริงๆ อาจเกิดจากการที่เรา ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ อยู่กันแบบธรรมชาติ ไม่ต้องยึดติดและคาดหวังกับความรักมากเกินไป เอาล่ะ ... การเดินทางต่อไป คงต้องปล่อยให้คู่ไปกับความรักแบบธรรมชาติของเรา แล้วธรรมชาติแห่ง "ความสุข" ก็จะตามมา มีความสุขสำหรับปีใหม่นี้ ปีหน้า และปีต่อๆไป สำหรับทุกคน และทุกรูปแบบของความรัก รัก ... ลูกปลา
26 December DESSERT SAFARI & MERRY CHRISTMAS!19 November LIFE OFF BOARD (AROUND D WORLD!)ATHENS, GREECE MOSCOW , RUSSIA PERTH , AUSTRALIA (AGAIN!) กลับมาอีกครั้งสำหรับเมืองเพิร์ท ... ออสเตรเลีย
ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนทั้งการทำงานบนเครื่อง (ผู้โดยสารน้อยกว่า และหัวหน้างาน+เพื่อนร่วมงานที่น่ารัก) ไฟล์เพิร์ทที่แล้วเป็นไฟล์ที่โหดมาก ด้วยระยะทางที่ไกลโข (สิบเอ็ดชม.จากเพิร์ท ถึงดูไบ) และเนื่องด้วยรุ่นพี่ Senior Flight กับการแสดงออกที่แสนจะน่าอดสู สำหรับสายการบินเอมิเรต นึกไม่ถึงว่าคนแบบนี้มาทำงานแบบนี้ได้ยังไง ... ความคิด และวิธีการแสดงออกต่อคนอื่นเป็นอะไรที่ ง .. เง่า มาก ระบายออกไปเยอะแล้ว ... ไม่เอามาลงสเปสที่สวยงามของเราดีกว่า เดี๋ยวเปรอะเปื้อน (Shit! ..x X X!!!) เอาเป็นว่า ... การเดินทางมาครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะครั้งนี้ได้ไปเห็นตัวเมืองเพิร์ทจริงๆแล้ว งานนี้ไปทัวร์กันสองคนกะน้องอ้อม ... แอร์สาวจากเจียงใหม่ จริงๆไม่ได้มาทริปเดียวกัน เพราะอ้อมมาไฟล์ก่อนหน้าเรามาประมาณเก้าชม. แต่ก็มีเวลาได้ชิวด้วยกัน แต่อ้อมคงเหนื่อยกว่าหน่อยเพราะหลังจาก เดินเที่ยวเดินช๊อปแล้วอ้อมมีเวลางีบแค่สามชม.ก่อนที่จะบินกลับไปดูไบ ส่วนเรามีเวลาอีกทั้งคืน...เหอๆๆ เป็นครั้งแรกที่ได้ "ช๊อป"จริงๆ เพราะไม่เคยได้ใช้กะตังค์ซื้อของแบบเต็มที่มานานโขแล้ว ก็เผอิญว่าของเค้าลดราคากันกระจาย ... เลยได้เสื้อผ้าสวยๆมา (แค่) สิบสี่ชิ้นเอง บวกกับของจุกจิก Giftshop เอออ..หมดไปก็หลายตังค์อยู่ แต่ก็คิดว่า เอาน่า "นานๆที" เป็นของขวัญให้ตัวเอง เรื่องการจัดระเบียบการเงิน แพลนไว้ตั้งแต่แรกแล้วแหละว่าจะพยายามเก็บเงินเดือน จะไม่แตะต้องมัน จะใช้แค่ ค่าบิน (Flying pay) ซึ่งจะนับจากชม.บินที่เราทำได้ในแต่ละเดือน (ซึ่งก็มากพอที่จะใช้จ่ายในแต่ละเดือน) เพราะขั้นต่ำยังได้มากกว่าเงินเดือนซะอีก ... รวมไปถึงตังค์ Allowance หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นพ็อคเก็จมันนี่ ที่เค้าให้ในแต่ทริปการเดินทาง (อย่างกลับกรุงเทพ วันนึงก็ได้ถึงสามพัน ...มันก็ไม่ใช่น้อยเลยเนอะ) แต่ถ้าไปที่อื่นที่ค่าครองชีพสูงๆ เค้าก็จะให้เพิ่มขึ้นมา .. จริงๆ รายได้ของอาชีพนี้สำหรับคนไทยก็ถือว่า คุ้มค่าใช้ได้เลยทีเดียว (ที่กว่าจะฝ่าฟันขั้นตอนการสัมภาษณ์มาได้) แต่สำหรับบางชาติอย่างยุโรปก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง .. เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถมาทำงาน ค่าซักรีดชุดทำงาน (เพราะบริษัทจ่ายให้ทั้งหมด) แถมที่ดูไบ เรายังม่ต้องเสียภาษีอะไรทั้งนั้น แหม..มันดีจริงๆ สำหรับเรา ... แต่ก็อย่างว่า เงินหาง่ายก็ใช้คล่องเหมือนกัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีการจัดการ และแพลนการกันยังไง ... แถมยังต้องมีวิธีการ "ยับยั้งชั่งใจ" ให้มากด้วย (ยิ่งเดินทางมาก เห็นมาก ก็อยากได้มาก) เฮ้ยย ... สำหรับเรา สองเดือนแรกเป็นเดือนเทรนกับการเริ่มต้นงาน ยังเก็บอะไรไม่ได้มาก ก็หวังว่าเดือนถัด ถัด ถัด ไปเงินในบัญชีจะเพิ่มขึ้นให้พ่อ กับแม่ได้ภูมิใจหน่อย ... ส๊าธุ KEEP DISCOVERING & SAVING ! PERTH , AUSTRALIA PERTH --- WESTERN AUSTRALIA
ครั้งแรกกับไฟล์ยาวครั้งนี้ ... รู้สึกตื่นเต้นลึกๆ ที่จะได้ไปสัมผัสกับอีกหนึ่งทวีป เมืองเพิร์ท เป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบ (จากการฟังคำบอกเล่าจากเพื่อนฝูง) แต่ทริปนี้ก็ยังไม่ได้ไปสัมผัสกับตัวเมืองจริงๆซักเท่าไหร่ เพราะได้รับการเชิญชวนจากกัปตัน ซะก่อนเพื่อให้มาร่วม Boat trip พอดีว่าเพื่อนกัปตันที่อยู่ที่เพิร์ทเค้ามีเรือยอร์จส่วนตัว เลยชวนพวกเราทุกคนไปร่วมสัมผัสน้ำทะเลใสๆ (มาก) และ อากาศที่กำลังเย็นสบาย เพราะเพิ่งจะเป็นฤดูร้อนของออสเตรเลีย (แรกเริ่มก็จะยังไม่ร้อนมาก แต่พอหน้าร้อนจริงๆ เค้าบอกว่า บางเดือนอุณหภูมิเพิ่มเป็นสี่สิบองศาก็มี) .. แต่วันนี้นอากาศก็ดีจริงๆ ราวๆ ยี่สิบห้า ถึงยี่สิบเจ็ดองศา และโอกาสดีอีกอย่างที่ทริปนี้ "ฟรี" ตลอดการเดินทาง ... กิจกรรมในวันนั้นก็มี เล่นน้ำทะเล (เย็นเฉียบสำหรับเรา .. แต่ cool สำหรับชาวยุโรป) ดื่มด่ำกับเบียร์ วายน์ และแชมเปน รสดี ... แถมยังมีอาหารฝรั่งระดับภัตราคารมาเสิร์ฟ โชคดีอะไรจะปานนั้น น้องปลาเอ๋ยย ... แต่ที่น่าประทับใจสุดๆของทริปนี้ก็คงเป็นภาพน้ำทะเลสีฟ้าใส ที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก สามารถมองเห็นปลากระเบน เต่าทะเล และสัตว์น้ำอื่นๆ แหวกว่ายเวียนวน ประทับใจสุดๆ แม้จะเป็นทริปเพียงแค่ครึ่งวัน เพราะมีเวลาอยู่ที่เพิร์ทเพียงแค่ ยี่สิบเจ็ดชม. แต่ก็ยังดี ที่ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ... KEEP DISCOVERING
BEIJJING , CHINA |
|
||
|
|